นายไชยเวช สันที ปม.4/1(ค้าง)

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่6


เปิดตัวให้สาวก แฮร์รี่ พอตเตอร์ ตั้งตารอต่อไป สำหรับวรรณกรรมเยาวชนเล่มจบ ตอนที่ 7 ชื่อ "แฮร์รี่ พอตเตอร์ แอนด์ เดอะ เดธลี่ ฮัลโลวส์" โดยสำนักพิมพ์บลูมสบิวรี ปกที่มีรูปแฮร์รี่ พอตเตอร์เดี่ยวๆ จะวางขายในอเมริกา ส่วนอีก 2 ปก วางขายในอังกฤษ ปกที่เป็นรูปล็อกเกตมีสัญลักษณ์เลื้อยเป็นตัวเอส เชื่อว่าเป็นฮอร์กรักซ์ ที่เก็บดวงจิตของลอร์ด โวลเดอร์มอร์ สำหรับผู้ใหญ่
ส่วนปกสำหรับเด็ก เป็นรูปตัวละครเอก แฮร์รี่ พอตเตอร์ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และรอน วิสลีย์ ในวัยรุ่น ทุกปกจะวางขายหลังเที่ยงคืนวันที่ 21 ก.ค. นี้ (ภาพ-เอพี)
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ข่าวสด

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่ 5

หนังสือพระเครื่อง "99 เหรียญ บูชามหานิยม"

เดือนตุลาคม 2551 กองบรรณาธิการข่าวสด ผู้นำเสนอข่าวสารด้านธรรมะและพระเครื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน ได้จัดพิมพ์หนังสือ "สุดยอด-อมตะ 109 เหรียญมงคล" จากแนวคิดในการรวบรวมข้อมูลสุดยอดเหรียญมงคลชื่อดังของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเหรียญ ตำหนิ ประวัติ ประสบการณ์ความขลัง พร้อมปูมประวัติ พระเกจิฯ พระเถระ ผู้สร้าง ตั้งแต่รุ่นคลาสสิคอายุมากกว่า 100 ปี พ.ศ.2440-2485 มีเหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ พิมพ์ขอเบ็ด, เหรียญหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เหรียญหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา พ.ศ.2460 เป็นต้น

99 เหรียญ บูชามหานิยมนอกจากข้อมูลประวัติความเป็นมาของเหรียญ ลักษณะองค์ประกอบต่างๆ ของเหรียญ ความรู้เรื่องพระอาจารย์รูปต่างๆ ที่โด่งดังแล้ว ยังมีข้อมูลจากอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์คนสำคัญ มาอธิบายความเป็นมาของเหรียญพระ

"ต้น ท่าพระจันทร์" หรือ "ณัฐพงษ์ ชวาลรัตนสกุล" ผู้ชนะแฟนพันธุ์แท้พระเหรียญ และ "บอย ท่าพระจันทร์" หรือ "อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย" ผู้คร่ำหวอดที่ในวงการเหรียญพระตัวจริง มาเผยถึงวิธีการตรวจสอบพระเครื่องประเภทเหรียญว่าองค์ใดเป็นของจริงของปลอม การเช่าหาบูชา การศึกษาสภาพเหรียญ การเก็บรักษาเหรียญ เป็นต้น

ด้วยการค้นคว้ารวบรวม และนำเสนอให้เข้าใจได้ง่าย เพื่อให้บรรดาเซียนพระทั้งหลายในวงการ หรือนักสะสมหน้าใหม่ ได้ไว้เป็นคู่มือเบื้องต้น ทำให้หนังสือ "สุดยอด-อมตะ 109 เหรียญมงคล" เล่มนี้ ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากท่านผู้อ่าน จนได้รับการตีพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 7 แล้ว

ประกอบกับผู้สนใจและผู้อ่านจำนวนไม่น้อย ได้แสดงความเห็นมาว่า ข่าวสดน่าจะทำหน้าที่รวบรวมเหรียญมงคลหรือเหรียญที่ได้รับความนิยม ที่นอกเหนือจากที่ได้รวมเล่มไปแล้ว

เพื่อขยายขอบเขตการศึกษาเหรียญมงคล ให้กว้างขวางมากขึ้นไปอีก และมีลักษณะร่วมสมัยมากขึ้น

ด้วยเหตุที่ว่าใน 109 เหรียญ เนื้อหาเน้นหนักไปที่เหรียญมงคลรุ่นอมตะและคลาสสิค ล้วนแต่เป็นเหรียญประวัติศาสตร์ เก่าแก่และหายาก หลายรุ่นมีราคาเช่าสูงถึงราคาหลักแสนหลักล้าน ผู้ครอบครองเห็นคุณค่าและหวงแหน คนธรรมดาทั่วไปแม้จะมีศรัทธาหรือแม้แต่มีกำลังทรัพย์ แต่ไม่สามารถหาเช่าบูชาได้

ขณะเดียวกัน ยังมีเหรียญยอดนิยมอีกเป็นจำนวนมากที่จัดสร้างขึ้นใหม่ในรอบระยะเวลา 40-50 ปีที่ผ่านมา โดยพระเกจิอาจารย์อีกรุ่นหนึ่ง ที่สืบทอดวิชามาจากพระเกจิโบราณาจารย์ ผู้ล่วงลับหรือชราภาพไปตามกฎอนิจจัง

ถือเป็นเหรียญร่วมสมัย เหรียญแห่งปัจจุบัน ที่สำคัญคือเหรียญเหล่านี้ยังมีการหมุนเวียนเปลี่ยนมือระหว่างผู้ที่นับถือ เลื่อมใสอยู่อย่างคึกคัก

กองบรรณาธิการข่าวสด จึงสนองตอบความต้องการดังกล่าว ด้วยการดำเนินการรวบรวมเนื้อหาเหรียญยอดนิยมที่อยู่ในลักษณะดังกล่าว จัดให้เป็นหมวดหมู่ในชื่อ "99 เหรียญ บูชามหานิยม" สำหรับผู้ที่สนใจใฝ่รู้และผู้ที่นิยมสะสมบูชาเหรียญมงคลที่จัดสร้างในวาระ ต่างๆ กัน ได้เก็บเอาไว้เป็นคู่มือ

เนื้อหาในเล่ม นำเสนอข้อมูลและภาพถ่ายล่าสุด ของเหรียญมงคล 99 เหรียญยอดนิยมที่สวยงามคมชัด บรรยายลักษณะเหรียญ ทั้งด้านหน้าเหรียญและด้านหลังเหรียญ จุดเด่นหรือตำหนิของเหรียญนั้นๆ ไปจนกระทั่งถึงประวัติความเป็นมาของพระเกจิผู้จัดสร้างบอกเล่าประวัติความ เป็นมาในการจัดสร้างเหรียญชนิดนั้นๆ

ครอบคลุมด้วยเนื้อหาการประกอบพิธีพุทธาภิเษกเหรียญ จำนวนการจัดสร้าง พุทธคุณโดดเด่นในด้านใด รวมทั้งราคาเช่าหาในปัจจุบัน

อาทิ เหรียญหลวงปู่ทิม ปี 2540, เหรียญพระชัยหลังช้าง ภปร., เหรียญพิฆเนศวร ปี 2551, เหรียญ 18 อรหันต์ รุ่น 2, เหรียญนพรัตน์นพคุณ, เหรียญที่ระลึก 3 สถาบัน Y2K, เหรียญนารายณ์ทรงครุฑ, เหรียญ 100 ปี หลวงพ่อแช่ม, เหรียญหลวงปู่จันทร์ยันต์ขาด เป็นต้น

เปิดปูมเรื่องราวพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ โดยพระเกจิดังเจ้าพิธี "พระเทพภาวนาวิกรม" หรือเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ พระเกจิเรืองนามอีกรูปหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากผู้จัดสร้างวัตถุมงคลในการ ประกอบพิธีพุทธาภิเษก

ท่านเจ้าคุณธงชัยในฐานะพระเกจิชื่อดัง ได้รับนิมนต์จากเจ้าของงานให้เข้าร่วมพิธีปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลมากมาย ท่านจะมาเปิดเผยเรื่องราวของพิธีพุทธาภิเษกในทุกแง่มุม ทั้งการสวดเจริญพระพุทธมนต์ บริกรรมคาถา นั่งปรก จุดเทียนชัยหรือดับเทียนชัย

เจ้าคุณธงชัย กล่าวตอนหนึ่งในบทสัมภาษณ์ ว่า "สังคมไทย เมื่อมีงานบุญหรืองานมงคลต่างๆ เราจะนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญเลี้ยงพระ เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานมงคลสมรส เป็นต้น พระสงฆ์จะใช้บทสวดเจริญพระพุทธมนต์ คือบทสวดเจ็ดตำนานหรือบทสวดสิบสองตำนาน รวมไปถึงงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ถือเป็นงานมงคลที่พระสงฆ์จะต้องสวดเจริญพระพุทธมนต์เช่นกัน เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป ช่วยให้งานพิธีสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี"

ยังมีบทสัมภาษณ์เปิดใจ "ประภัตร โพธสุธน" อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย มาบอกเล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายจากอุบัติเหตุรถเบนซ์ของนายประภัตรวิ่งชน ประสานงากับรถปิกอัพที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ทำให้คนในรถเบนซ์เสียชีวิต 3 ราย ส่วนรถปิกอัพเสียชีวิต 4 ราย เว้นแต่นายประภัตรรอดตายเพียงคนเดียวราวปาฏิหาริย์

"ผมเชื่อว่าที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์เพราะผมคล้องเหรียญหลวงพ่อสม หรือพระครูศรีคณานุรักษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนบุบผาราม พระเกจิชื่อดัง 1 ใน 9 สุดยอดพระเกจิเมืองสุพรรณบุรีในยุคหลังกึ่งพุทธกาล ผมนับถือท่านมาก ทุกวันนี้ชาวสุพรรณฯ ยังระลึกถึงหลวงพ่อ" เป็นคำยืนยันจากอดีต ส.ส.คนดังแห่งเมืองสุพรรณบุรี ผู้มีประสบการณ์จากพุทธคุณแห่งเหรียญวัตถุมงคล

พร้อมด้วย 3 เซียนผู้คร่ำหวอดที่ในวงการเหรียญพระ มาให้ทรรศนะและมุมมองของเหรียญยอดนิยมต่างๆ มาทำนายเหรียญพระที่คาดว่าจะมาแรงในอนาคต

3 เซียนพระชื่อดัง ที่มีความเชี่ยวชาญจนคนในวงการพระเครื่องให้การยอมรับ ประกอบด้วย "วี่ แหลมทอง" หรือ "คณิศร วงศ์แหลมทอง" เจ้าของศูนย์พระเครื่องแหลมทอง ห้างสรรพสินค้าเดอะสีลม แกลเลอเรีย, "หมู บางพลัด" หรือ "เรวัต ฉ่อยตระกูล" เจ้าของศูนย์พระเครื่องสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง และ "ระวิ เลิศนานาวงศ์" เจ้าของศูนย์พระเครื่องโลตัสปิ่นเกล้า

"99 เหรียญ บูชามหานิยม" เล่มนี้มีรูปแบบเล่มที่สวยงาม ฉีกแนวจากหนังสือแนวเดียวกันโดยทั่วไป ตีพิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม ราคา 250 บาท เพื่อให้ได้รูปภาพที่มีสีสันสวยงามเห็นได้ชัดเจน มีเนื้อหาอยู่ในระดับพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ด้วยต้องการให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ

กองบรรณาธิการข่าวสด หวังว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มล่าสุดนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทั่วไป

นอกเหนือไปจากผลงาน หนังสือ "99 เหรียญ บูชามหานิยม" เล่มล่าสุดแล้ว กองบรรณาธิการข่าวสด ยังได้จัดทำหนังสือ "เดินสายไหว้พระพุทธทั่วไทย" รวบรวมพระประธานและพระพุทธรูปสำคัญอันเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธจากวัด ต่างๆ 4 ภาค ทั่วประเทศไทย ซึ่งมิได้บรรจุอยู่ในเล่มไหว้พระประธาน 76 จังหวัด ขึ้นมาอีกเล่มหนึ่ง นำเสนอประวัติที่มา ความโดดเด่นของพระพุทธรูป เกร็ดประวัติหรือความเชื่อของประชาชนในท้องถิ่น วิธีการสักการบูชาของชาวบ้านในชุมชนที่รายรอบวัดที่พระพุทธรูปประดิษฐาน ราคา 290 บาท

"สุดยอด-อมตะ 109 เหรียญมงคล" รวบรวมข้อมูลสุดยอดเหรียญมงคลชื่อดังของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเหรียญ ตำหนิ ประวัติ ประสบการณ์ความขลัง พร้อมปูมประวัติ พระเกจิฯ พระเถระ ผู้สร้าง ตั้งแต่รุ่นคลาสสิคอายุมากกว่า 100 ปี หนังสือเล่มนี้ รวบรวมและนำเสนอให้เข้าใจได้ง่าย ตีพิมพ์ 4 สีทั้งเล่มสีสันสวยงาม ราคา 250 บาท

"ไหว้พระประธาน 76 จังหวัด" รวบรวมพระพุทธรูปประธานและพระพุทธรูปสำคัญ อันเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศมารวมไว้ในเล่มเดียวกัน เปิดเผยประวัติ ตำนานและความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับพระประธาน มีภาพสี่สีและข้อมูลประกอบอย่างครบครัน ราคา 360 บาท

"มงคลข่าวสด สุดยอดพระเกจิ" รวบรวมประวัติพระเกจิอาจารย์ ทั้ง 20 รูป ที่ได้ชื่อว่า มีวัตรปฏิบัติและกิตติศัพท์โดดเด่น ที่เคยนำมาลงในมงคลข่าวสด หน้า 1 ฉบับวันอาทิตย์ แต่ได้มีการปรับปรุงหาข้อมูลเพิ่มเติม สัมภาษณ์ทั้งพระเกจิอาจารย์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีภาพถ่ายใหม่ล่าสุด ภาพกิจกรรมของพระเกจิที่สำคัญ ราคา 195 บาท

ผู้สนใจหาซื้อได้ตามแผงหนังสือทั่วประเทศ

แหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดข่าวสด


ที่มา http://www.itti-patihan.com/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-99-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8D-%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1.html

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่ 4


ผู้ผลิต “แบล็คเบอร์รี” ยืนยันระบบมีความปลอดภัย หลังยูเออีสั่งระงับบริการ
เอเอฟพี - บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น (อาร์ ไอ เอ็ม) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน “แบล็คเบอร์รี” ประกาศชัดเจนในวันจันทร์(2)ว่า จะไม่ผ่อนคลายระบบรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้ หลังรัฐบาลยูเออีและซาอุดีอาระเบียขู่จะระงับบริการบางประเภท อาร์ ไอ เอ็ม ระบุในถ้อยแถลงว่า มีการหารือกับ “รัฐบาลบางประเทศ” และกล่าวว่า “บริษัทเคารพข้อกฎหมายของรัฐบาลเหล่านั้น ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ บริการด้วย” แบล็คเบอร์รีมีผู้ใช้บริการมากกว่า 700,000 คนในซาอุดีระเบีย และราว 500,000 คนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาร์ ไอ เอ็ม ออกมารับรองต่อผู้ใช้บริการที่เป็นนักธุรกิจว่า ข้อมูลลับใดๆของบริษัทที่ส่งผ่านอีเมลหรือระบบรับ-ส่งข้อความของแบล็คเบอร์ รีจะไม่รั่วไหลอย่างแน่นอน “ระบบรักษาความปลอดภัยของแบล็คเบอร์รีถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อตอบ สนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจ ลูกค้าสามารถรับ-ส่งข้อมูลแบบไร้สายโดยมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครเข้าถึงข้อมูล ดังกล่าว แม้แต่คนของ อาร์ ไอ เอ็ม เอง” ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ก็วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของยูเออี และเรียกร้องให้รัฐบาลยูเออีออกมาชี้แจงเหตุผลเบื้องหลังคำสั่งดังกล่าว“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรามองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการได้รับข้อมูลข่าวสาร และความสะดวกรวดเร็วของการสื่อสารในศตวรรษที่ 21” ฟิลิปส์ ครอว์ลีย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าว ยูเซฟ อัล-โอตัยบา ทูตยูเออีประจำสหรัฐฯ มีถ้อยแถลงตอบข้อเรียกร้องดังกล่าวผ่านอีเมลไปถึงสื่อมวลชนว่า “ความเห็นของสหรัฐฯที่มีต่อการประกาศระงับบริการบางอย่างของแบล็คเบอร์รีใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม เป็นต้นไป นับว่าน่าผิดหวัง ทั้งยังขัดต่อแนวทางควบคุมการโทรคมนาคมของสหรัฐฯเอง” “อันที่จริง ยูเออีเพียงแต่เรียกร้องการเคารพต่อกฎหมาย และกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายอย่างเดียวกันกับที่แบล็คเบอร์รีอนุญาตต่อ สหรัฐฯและรัฐบาลประเทศอื่นๆเท่านั้นเอง”โทรศัพท์สมาร์ทโฟนชนิดนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันในอินเดีย เมื่อรัฐบาลอินเดียขู่ว่าจะสั่งปิดบริการของแบล็คเบอร์รีในตลาดมือถือที่ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก หากผู้ผลิตแบล็คเบอร์รีไม่อนุญาตให้รัฐเข้าไปตรวจสอบระบบรับ-ส่งข้อความและ อีเมลเพื่อความปลอดภัยสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ของอินเดียระบุว่า อาร์ ไอ เอ็ม ยืนยันจะให้คำตอบเกี่ยวกับการขอตรวจสอบบริการของแบล็คเบอร์รีเร็วๆนี้

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่ 3


วิกฤติโลกร้อนในจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนก็ไม่ต่างจากประเทศอื่นที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น หิมะตกหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว และส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ ขณะที่นับวันปรากฏการณ์โลกร้อนก็ยิ่งปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลายมณฑลทางใต้ของประเทศจีนต้องเผชิญกับพายุฝนถล่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายปี และเกิดดินโคลนถล่ม ถนนถูกตัดขาด บ้านเรือนพังเสียหาย ประชาชนจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย จนถึงตอนนี้มีผู้ประสบภัยใน 11 มณฑล (รวมเขตปกครองตนเองและมหานคร) จำนวนกว่า 40 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน หายสาบสูญเฉียด 200 คน บ้านเรือนพังเสียหายกว่า 300,000 หลังคาเรือน สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงประมาณ 64,570 ล้านหยวน โดยมีมณฑลฝูเจี้ยน กวางซี หูหนาน เจียงซี กุ้ยโจว ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมและสร้างความเสียหายอย่างมากในครั้งนี้ คือ ประการแรก เพราะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้น้อยมาก ปริมาณน้ำฝนในหลายอำเภอทางลุ่มแม่น้ำหมิ่นเจียงในมณฑลฝูเจี้ยนมีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีถึง 2.2 เท่า ทำสถิติมากสุดในประวัติศาสตร์ประการที่สอง ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก แม่น้ำสายหลักและสายรองในมณฑลฝูเจี้ยน เจียงซี หูหนาน มีปริมาณน้ำเกินกว่าระดับที่รองรับได้และเกินกว่าสถิติที่บันทึกไว้ประการที่สาม ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นถือได้ว่าหนักมาก ความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า มีบ้านเรือนพังเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ทางภาคใต้ที่เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2548 - 2552 ในช่วงเวลาเดียวกัน ประการที่สี่ เพราะเกิดภัยพิบัติเป็นบริเวณกว้างและรุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนจำนวนมากอย่างกว้างขวาง ปริมาณน้ำฝนที่มากก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและอ่างเก็บน้ำแตก ทำให้บ้านเรือนประชาชน อาคารบริษัทต่างๆ และถนนหนทางจมอยู่ใต้น้ำเพื่อบรรเทาภัยพิบัติจากเหตุน้ำท่วมเนื่องจากพายุฝนถล่ม กระทรวงการคลังและกระทรวงกิจการพลเรือนของจีนร่วมกันอนุมัติงบประมาณ 377 ล้านหยวน โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะใช้ในการอพยพและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประสบภัยในมณฑลฝูเจี้ยน เจ้อเจียง เจียงซี และหูหนาน และทั้งสองกระทรวงได้จัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 867 ล้านหยวนให้กับพื้นฟที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้ง 8 มณฑลทางใต้ของจีน และพื้นที่เขตปกครองตนเองที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าวในขณะเดียวกัน ประชาชนชาวจีนก็ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ เมื่ออุณหภูมิภายในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือและภาคตะวันออกที่ขณะนี้หลายๆเมือง อุณหภูมิทะลุผ่าน 35 องศาเซลเซียสไปแล้วแค่เพียงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิในกรุงปักกิ่งพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 60 ปี ตามสถิติก่อนหน้านี้ อุณหภูมิเดือนกรกฎาคมในกรุงปักกิ่งเคยสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ.2542 วัดได้ 41.9 องศาเซลเซียส ครั้งที่สองในปี พ.ศ.2545 วัดได้ 41.1 องศาเซลเซียส มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า ปีนี้อุณหภูมิอาจพุ่งเกิน 55 องศาเซลเซียสได้ความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงพยาบาลต้องรับผู้ที่ป่วยจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นมากกว่าช่วงเวลาปกติถึง 3 เท่า โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนแล้ว 2 รายในกรุงปักกิ่งและเมืองเซินเจิ้นในแต่ละเมืองต่างก็พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยคลายร้อน ยกตัวอย่างการบริการขนส่งสาธารณะในกรุงปักกิ่ง เพื่อสร้างความสบายให้กับผู้ใช้บริการรถประจำทาง บริษัทรถประจำทางในกรุงปักกิ่งสั่งให้รถประจำทางปรับอากาศเปิดแอร์ไว้ตลอด ส่วนรถที่ไม่มีแอร์ก็ให้รักษาความสะอาดเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ในขณะเดียวกันบริษัทที่ให้บริการรถไฟใต้ดินได้มีนโยบายให้รถไฟทุกขบวนเปิดแอร์ก่อนที่จะเริ่มให้บริการ 20 นาที เพื่อให้ความเย็นในแต่ละตู้คงไว้ตลอด เป็นต้นส่วนในมณฑลเจ้อเจียง ได้สั่งให้บริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงาน รวมถึงบริษัทผู้ผลิตกระดาษและหลอมเหล็กมากกว่า 1,000 บริษัท ยุติหรือลดการผลิตชั่วคราวเป็นเวลา 15 วัน เพื่อเพิ่มการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนกรมอุตุนิยมวิทยาของจีน เผยว่า หลังจากนี้พื้นที่ตอนบนและตอนล่างจะมีสภาพอากาศสลับกัน ทางเหนือจะมีพายุฝน ทำให้อุณหภูมิลดลง ส่วนทางใต้ฝนจะตกน้อยลง แต่อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้พื้นที่อันกว้างใหญ่ของประเทศจีนจะทำให้บริเวณตอนบนและตอนล่างของประเทศต้องเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่แทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าภัยธรรมชาติที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่เป็นผลจากการที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น และเราก็คงปฏิเสธไม่ได้อีกว่าสาเหตุที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น มนุษย์เราไม่ได้มีส่วนสร้างให้เกิดสภาวะโลกร้อนเช่นเดียวกัน